Default
Google
          




บันไดสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์
     พวกเราหลายๆคน ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ เพราะคิดว่ายาก น่าปวดหัว รกสมอง แต่ในความเป็นจริง ทุกคนมีจิตใจ เป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย การที่เรา มีความคิดสงสัย ในข้อสงสัยต่างๆ นั่นแหละ คุณเริ่มเป็น นักวิทยาศาสตร์แล้ว เพียงแต่ว่า คุณทำอย่างไร กับปัญหาเหล่านั้น คุณหาทางออกอย่างไร กับปัญหาเหล่านั้น เมื่อคุณคิดแก้ปัญหา หาคำตอบของปัญหา ถ้าคุณทำไม่ถูกวิธี ไม่มีระบบ ไม่มีขั้นตอน การได้รับคำตอบ อาจเป็นไปได้ยาก และอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การสังเกตอย่าง พินิจ พิเคราะห์ จะนำไปสู่ การระบุปัญหา ขั้นต่อไปเราก็ต้อง คาดคะเนว่า "เอมันมีสาเหตุ มาจากอะไรนะ" หาไว้หลายๆข้อ อาจมีข้อนึงที่ต่อไป จะเป็นคำตอบ ที่ถูกต้อง ทำอย่างนี้ เรียกว่า การตั้งสมมุติฐาน แล้วต่อไปเริ่มปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบของสมมุติฐาน ทีละข้อๆ อย่างนี้ เรียกว่า การทดลอง โดยมีข้อแม้ว่า ต้องมีการควบคุม การทดลอง คือต้อง มีการ กำหนดตัวแปรต่างๆ ที่ถูกระบุในสมมุติฐาน อันนี้น่ะคงที่ อันนี้น่ะเปลี่ยน เจ้าส่วนที่เปลี่ยน นี่แหละ ที่มันจะทำให้ได้ผลการ ทดลอง ต่างๆกัน ทดลองหลายๆครั้ง จนแน่ใจ หากผลการทดลอง ขัดกับสมมุติฐาน เราอาจต้องตั้งสมมุติฐานใหม่ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ โดยการบังเอิญ ซึ่งมีหลายๆเรื่อง ในวงการ วิทยาศาสตร์ ที่ถูกค้นพบ โดยความบังเอิญ คือไม่ใช่สมมุติฐาน ที่ตั้งไว้แต่แรก แต่มาตั้งทีหลัง เมื่อทำการทดลองไปแล้ว เมื่อได้ผล การทดลองแล้ว นำข้อมูล มาวิเคราะห์ แล้วสรุป ว่าจริงตาม สมมุติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่ เราเรียกขั้นสุดท้าย นี้ว่า การสรุปผล กระบวนการทั้งหมด ที่กล่าวมา รวมเรียกว่า กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

     นอกจาก จะใช้ในด้านวิทยาศาสตร์แล้วนะ กระบวนการดังกล่าว ยังสามารถ นำไปใช้ในด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น ทางด้านนิติศาสตร์ ตัวอย่างได้แก่ กระบวนการ สอบสวนคดี ของจนท.ตำรวจ ที่จะหาว่า ใครเป็นผู้ก่อ อาชญากรรม และก่ออาชญากรรม ได้อย่างไร คล้ายๆ ในหนังนักสืบ เรื่อง เชอร์ล็อกโฮล์ม นะ ขั้นแรก เขาจะต้อง ระบุปัญหา ในคดีนั้นก่อน จากนั้นจึง ตั้งสมมุติฐานของคดี เป็นข้อๆ หลายๆข้อ ว่ามีแนวทาง ที่เป็นไปได้ อย่างไรบ้าง แล้วจึงทำการทดสอบ หรือทดลอง แต่ละสมมุติฐานนั้น ซึ่งการทดสอบ ในที่นี้ ก็คือการสอบสวนเพิมเติม ในแต่ละแนวทางนั้น แล้วจึงจะทำการ วิเคราะห์ และสรุปผล เพื่อหาแนวทาง ที่ดีที่สุดหรือ มีเหตุผลที่สุดนะ

สิ่งที่ควรสังเกต
ลองสังเกต และมองหา ปัญหาง่ายๆ ที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว จากนั้น ลองตั้ง เป็นสมมุติฐาน หลายๆแบบ ลองหัดตั้ง สมมุติฐานต่างๆดูก่อน แล้วจากนั้น จึงค่อยหัด ทำการทดลอง โดยตั้งใจให้ เป็นการ ทำเพื่อ หาความรู้ ทำเพื่อ ความสนุก ความเพลิดเพลิน ถ้าทำการทดลอง อะไรไป ได้ผลเป็นอย่างไร E-mail มาบอกกันบ้าง

การทดลองที่จะทำ ต้องระวัง ไม่ให้เกิด ความเสียหายใดๆ ขึ้น คือ ต้องปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ


Acquiring image from ProHosting Banner Exchange